ก่อนกู้ต้องอ่าน! LTV คืออะไร? วิธีคำนวณวงเงินกู้สูงสุด

ก่อนกู้ต้องอ่าน! LTV คืออะไร? วิธีคำนวณวงเงินกู้สูงสุด

การซื้อบ้านไม่ว่าจะเป็นบ้านมือหนึ่ง หรือคอนโด ในปัจจุบัน ไม่ได้ดูแค่ราคาบ้านอย่างเดียว แต่เรายังต้องพิจารณา “วงเงินกู้” ที่ธนาคารสามารถปล่อยให้ได้ ซึ่งหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงคือ มาตรการ LTV หรือ Loan to Value ใครที่กำลังวางแผนซื้อบ้านอาจรู้จักคำนี้มาแล้ว แต่ยังไม่เข้าใจว่ามีผลต่อการกู้บ้านยังไง

เดี๋ยววันนี้น้อง “น่าอยู่” จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจตั้งแต่ความหมายของ LTV วิธีคำนวณ และอัปเดตมาตรการล่าสุด ไปจนถึงสิ่งที่ควรรู้ก่อนยื่นกู้ เพื่อการวางแผนซื้อบ้านที่รอบคอบและตรงกับงบประมาณมากที่สุดครับ

LTV คืออะไร ?

LTV หรือ Loan to Value คือ อัตราส่วนระหว่างวงเงินสินเชื่อที่ธนาคารให้กู้กับมูลค่าหลักประกัน ซึ่งโดยทั่วไปก็คือราคาซื้อขายบ้านหรือราคาประเมินจากธนาคาร (แล้วแต่ว่าใครให้ราคาต่ำกว่า) มาตรการ LTV ถูกเอามาใช้เพื่อควบคุมความเสี่ยงด้านสินเชื่อ ป้องกันการก่อหนี้เกินตัว และช่วยรักษาความมั่นคงของระบบการเงิน โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะเป็นผู้กำหนดกรอบแนวทางให้สถาบันการเงินเอาไปใช้

LTV คำนวณอย่างไร ?

การคำนวณ LTV เป็นเรื่องพื้นฐานที่คนกู้บ้านควรรู้ เพราะช่วยให้เห็นภาพชัดเจนว่าธนาคารจะให้กู้ได้สูงสุดเท่าไหร่ โดยหลักการคำนวณคือ (วงเงินกู้ ÷ มูลค่าบ้าน) × 100

เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น สามารถสรุปขั้นตอนคำนวณดังนี้ครับ

  • นำ วงเงินกู้ (Loan) ที่ธนาคารให้ ÷ ราคาบ้านหรือราคาประเมิน (Value)
  • × ด้วย 100 เพื่อดูสัดส่วนเป็นเปอร์เซ็นต์
  • ตัวเลขที่ได้ คือค่า LTV
คำนวณเงินกู้ LTV

ตัวอย่าง: ถ้าบ้านมีราคา 3,000,000 บาท และธนาคารอนุมัติวงเงินกู้ 2,700,000

  • 2,700,000 ÷ 3,000,000 × 100 = LTV 90%

แสดงว่าเราต้องเตรียมเงินดาวน์เองอีกประมาณ 10% ของราคาบ้าน ยิ่งค่า LTV ต่ำเท่าไหร่ เงินดาวน์ยิ่งสูงขึ้น

อัปเดตมาตรการ LTV ปี 2569

มาตรการ LTV มีการปรับเปลี่ยนตามสภาวะเศรษฐกิจเป็นระยะ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ผ่อนคลายเงื่อนไขบางส่วนชั่วคราว โดยมีผลตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2568 - 30 มิถุนายน 2569 ทำให้ผู้ซื้อบ้านบางกลุ่มสามารถขอสินเชื่อได้สูงสุดถึง 100% ของมูลค่าบ้าน ซึ่งต่างจากเมื่อก่อนที่ต้องวางดาวน์สูงมาก

มาตรการ LTV 2569

โดยแนวทางมาตรการ LTV ปี 2569 มีดังนี้

  • ผู้ซื้อบ้านหรือคอนโด ราคาต่ำกว่า 10 ล้าน ตั้งแต่สัญญาที่ 2-3 ขึ้นไป มีโอกาสขอกู้ได้เต็ม 100%
  • ผู้ซื้อบ้านหรือคอนโด ราคา 10 ล้านขึ้นไป แม้จะเป็นสัญญาแรก ก็มีโอกาสขอกู้ได้เต็ม 100% ช่วยลดภาระเงินดาวน์ ทำให้ผู้ที่มีความพร้อมด้านรายได้ แต่มีเงินก้อนจำกัด เข้าถึงการซื้อบ้านได้ง่ายขึ้น

%LTV คืออัตราสูงสุดที่กู้ได้ ดังนั้นก่อนที่ทุกคนจะยื่นกู้ ควรตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดจากธนาคารที่สนใจอีกครั้งนะครับ

ประโยชน์ของ LTV มีอะไรบ้าง ?

แม้มาตรการ LTV อาจทำให้ผู้กู้ต้องเตรียมเงินดาวน์เยอะขึ้นในบางกรณี แต่ก็มีประโยชน์ในระยะยาวหลายด้าน เช่น

  • ช่วยลดความเสี่ยงการก่อหนี้เกินกำลังของผู้ซื้อ โดยการกำหนดเพดานวงเงินกู้ ทำให้ผู้ซื้อประเมินกำลังผ่อนบ้านของตัวเองได้รอบคอบมากขึ้น
  • ส่งเสริมวินัยทางการเงิน ทำให้ผู้กู้มีเงินสำรองก่อนเป็นหนี้ก้อนใหญ่ ซึ่งการเตรียมเงินดาวน์ล่วงหน้า ช่วยให้ผู้กู้มีเงินออมและวางแผนการเงินก่อนตัดสินใจซื้อบ้านได้จริง
  • ช่วยรักษาความมั่นคงของระบบสินเชื่อและตลาดอสังหาริมทรัพย์ เพื่อป้องกันการเก็งกำไรและควบคุมการปล่อยสินเชื่อเกินตัว ทำให้ตลาดซื้อขายบ้านและคอนโดเติบโตได้อย่างสมดุล
  • ลดโอกาสเกิดปัญหาหนี้เสีย (NPL) ในระบบธนาคาร ดังนั้นเมื่อผู้กู้มีภาระหนี้เหมาะสมกับรายได้ จะช่วยลดความเสี่ยงในการผิดนัดชำระ และส่งผลดีต่อระบบการเงินโดยรวม

มาตรการผ่อนปรนอื่น ๆ มีอะไรบ้าง ?

นอกจาก LTV แล้ว ภาครัฐและสถาบันการเงินยังมีมาตรการอื่น ๆ ที่ช่วยลดภาระของผู้ซื้อบ้าน โดยเฉพาะในช่วงวันโอนและเริ่มต้นการผ่อน ซึ่งควรพิจารณาควบคู่กัน เพื่อวางแผนซื้อบ้านได้คุ้มค่าที่สุด

มาตรการเสริม LTV
  1. การลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง เป็นมาตรการที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ในวันโอนกรรมสิทธิ์ เหมาะกับผู้ซื้อบ้านหลังแรกหรือบ้านเพื่ออยู่อาศัย
  2. โปรโมชันอัตราดอกเบี้ยพิเศษช่วงแรกจากธนาคาร ซึ่งหลายธนาคารเสนออัตราดอกเบี้ยคงที่ต่ำในช่วง 1-3 ปีแรก ช่วยลดภาระการผ่อนในช่วงเริ่มต้นของการเป็นเจ้าของบ้าน
  3. เงื่อนไขสินเชื่อที่ยืดหยุ่นมากขึ้นในบางกลุ่มผู้ซื้อ เช่น การพิจารณารายได้หลายแหล่ง หรือการกู้ร่วมกับครอบครัว เพื่อเพิ่มโอกาสได้รับอนุมัติสินเชื่อ

เงื่อนไขการกู้ร่วมตามมาตรการ LTV

กรณีกู้ร่วมไม่ว่าจะเป็นบิดามารดา คู่สมรส หรือบุตร ธนาคารจะพิจารณา LTV จากมูลค่าหลักประกัน แต่จะเอารายได้และภาระหนี้ของผู้กู้ทุกคนมาคำนวณความสามารถในการผ่อนชำระร่วมกันด้วย แม้การกู้ร่วมจะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้รับวงเงินสูงขึ้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถหลีกเลี่ยงข้อจำกัดของมาตรการ LTV ได้ทั้งหมด

ใครได้รับผลกระทบจากมาตรการ LTV บ้าง ?

มาตรการ LTV ไม่ได้ส่งผลกับผู้ซื้อบ้านแค่กลุ่มเดียว แต่ยังครอบคลุมตั้งแต่ผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัย นักลงทุน ไปจนถึงผู้ประกอบการและสถาบันการเงิน โดยแต่ละกลุ่มได้รับผลกระทบที่แตกต่างกัน ดังนี้

มาตรการ LTV กระทบอะไรบ้าง

1. กลุ่มผู้ซื้อบ้าน-คอนโดเพื่ออยู่อาศั

กลุ่มผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงถือเป็นกลุ่มหลักที่ได้รับผลจากมาตรการ LTV โดยระดับผลกระทบขึ้นอยู่กับจำนวนสัญญาที่ถือครอง

  • ผู้ซื้อบ้านหลังแรก ได้รับผลกระทบที่น้อยสุด และในหลายช่วงถือว่าเป็นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์โดยเฉพาะที่อยู่อาศัยในระดับราคาไม่สูงมาก ขอสินเชื่อได้เยอะ เงินดาวน์ไม่สูงมาก
  • ผู้ซื้อบ้านหลังที่ 2 เป็นกลุ่มที่เริ่มได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน เนื่องจากมาตรการ LTV จะกำหนดให้กู้ได้ในอัตราที่ลดลง ทำให้ต้องวางเงินดาวน์เพิ่มขึ้น
  • ผู้ซื้อบ้าน 3 หลังขึ้นไป ได้รับผลกระทบที่มากสุด เพราะเพดานวงเงินกู้ไม่สูง ทำให้ต้องใช้เงินดาวน์ที่เยอะขึ้น ซึ่งเป็นกลไกที่ช่วยลดการซื้อสะสมเพื่อเก็งกำไรในตลาดอสังหาฯ

2. กลุ่มผู้ซื้อเพื่อการลงทุน

นักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ได้รับผลโดยตรง เพราะจากการลงทุนส่วนใหญ่จะเป็นการซื้ออสังหาฯ ตั้งแต่สัญญาที่สองขึ้นไป ส่งผลให้ต้องใช้เงินทุนเริ่มต้นหรือเงินดาวน์สูงขึ้น และทำให้การลงทุนเน้นผลตอบแทนระยะยาวมากกว่าการเก็งกำไรในระยะสั้น

3. เจ้าของโครงการอสังหาริมทรัพย์

มาตรการ LTV มีผลต่อยอดขายของโครงการโดยตรง ในช่วงที่มีการผ่อนคลายเกณฑ์ LTV มักช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อได้มากขึ้น แต่ถ้าหมดช่วงการผ่อนคลายชั่วคราว ตลาดอาจเกิดการชะลอตัว ทำให้ผู้ประกอบการต้องปรับกลยุทธ์การขายให้สอดคล้องกับกำลังผู้ซื้อในตลาด

4. สถาบันการเงิน

สถาบันการเงินเป็นหน่วยงานที่ต้องใช้มาตรการ LTV มาใช้ ซึ่งช่วยให้สามารถบริหารความเสี่ยงด้านสินเชื่อได้ดีขึ้น ลดโอกาสเกิดหนี้เสียในระยะยาว แต่ถ้าช่วงที่มาตรการเข้มงวด อาจทำให้ปริมาณการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยลดลง ส่งผลให้เกิดการแข่งขันและการเติบโตของตลาดสินเชื่อบ้านตามมา

สรุป LTV คืออะไร ?

LTV คือเครื่องมือสำคัญที่ช่วยกำหนดกรอบการกู้ซื้อบ้านให้เหมาะสมกับความสามารถทางการเงินของผู้กู้ การเข้าใจวิธีคำนวณและเงื่อนไขของ LTV จะช่วยให้ทุกคนวางแผนเงินดาวน์และเลือกบ้านได้ตรงงบประมาณมากขึ้น ก่อนยื่นกู้ควรศึกษามาตรการล่าสุด เปรียบเทียบเงื่อนไขแต่ละธนาคาร และประเมินภาระผ่อนในระยะยาวอย่างรอบคอบ

คำถามที่พบบ่อย

ก่อนยื่นกู้ซื้อบ้าน หลายคนอาจมีคำถามเกี่ยวกับมาตรการ LTV และเงื่อนไขสินเชื่อ เพื่อช่วยให้ทุกคนเข้าใจเกี่ยวกับ LTV ง่ายขึ้น เราได้รวบรวมคำถามยอดฮิตสำหรับผู้ที่วางแผนซื้อบ้านมาไว้ให้ดังนี้ครับ

1. NPL คืออะไร

Answer: NPL (Non-Performing Loan) หรือ หนี้เสีย คือสินเชื่อที่ค้างชำระเกินระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งเป็นสิ่งที่ธนาคารพยายามลดความเสี่ยงผ่านมาตรการ LTV

2. LTV มีผลต่อการรีไฟแนนซ์ไหม

Answer: มีผลในบางกรณี โดยเฉพาะการรีไฟแนนซ์ที่ต้องการวงเงินเพิ่ม ธนาคารจะเอา LTV มาพิจารณาร่วมกับมูลค่าหลักประกันปัจจุบัน

3. กู้ร่วมจะคำนวณ LTV อย่างไร

Answer: ธนาคารจะประเมิน วงเงินของผู้กู้ร่วมทั้งหมด แล้ว ÷ มูลค่าบ้านเพื่อประกอบการอนุมัติ

บทส่งท้าย

มาตรการ LTV เป็นเรื่องที่คนกำลังจะซื้อบ้านไม่ควรมองข้าม เพราะมีผลโดยตรงต่อวงเงินกู้และเงินดาวน์ที่ต้องเตรียม การทำความเข้าใจ LTV อย่างถูกต้องจะทำให้การวางแผนซื้อบ้านเป็นไปอย่างราบรื่น และลดความเสี่ยงทางการเงิน

และสำหรับใครที่กำลังวางแผนซื้อบ้านมือหนึ่ง ควบคู่ไปกับการวางแผนงบประมาณตามมาตรการ LTV การเลือกบ้านให้เหมาะกับกำลังผ่อนก็สำคัญไม่แพ้กัน สามารถเข้าไปเลือกชมบ้านเดี่ยว, บ้านแฝด, คอนโดและทาวน์โฮม ได้ที่เว็บไซต์ “น่าอยู่” ที่รวบรวมข้อมูลโครงการและสาระน่ารู้เกี่ยวกับบ้าน การเงินไว้ครบ จบ ในเว็บเดียว